เกี่ยวกับเรา

โครงการรณรงค์ Safe Software, Safe Nation

Nation เกิดจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องภัยไซเบอร์ ในบริบทของการใช้ซอฟต์แวร์ และส่งเสริมวิธีการใช้และบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานสากล เพื่อลดความเสี่ยงบนโลกไซเบอร์ ที่เกิดจากการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายและไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ และเพื่อให้องค์กรธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากซอฟต์แวร์ในการดำเนินธุรกิจ ให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ได้อย่างคุ้มค่าการลงทุนและมีประสิทธิภาพ

 

โครงการรณรงค์ Safe Software, Safe Nation เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2559 โดยใช้สโลแกนว่า “ปกป้องประเทศไทย จากภัยไซเบอร์”

ในปีที่ 2 (พ.ศ. 2560) โครงการรณรงค์ Safe Software, Safe Nation เปลี่ยนสโลแกนเป็น “ลดเสี่ยงภัยไซเบอร์...ร่วมมือใช้ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์” ยังคงมีวัตถุประสงค์เดิม โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ สู่กลุ่ม เป้าหมายหลัก คือ องค์กรธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี (SME) เนื่องจากในขณะนี้ เอสเอ็มอีทั่วโลก กำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรไซเบอร์

เมื่อเทียบกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เอสเอ็มอียังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ไม่มีงบประมาณ บุคคลกร และความรู้ความชำนาญตามมาตรฐานสากลมากพอ ในการสร้างระบบควบคุมภายใน เพื่อลดความเสี่ยงบนโลกไซเบอร์ ทำให้อาชญากรไซเบอร์ใช้โอกาสนี้เลือกเอสเอ็มอีเป็นเป้าหมายหลัก และทำการเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของเอสเอ็มอีโดยมิชอบด้วยกฎหมายอย่างง่ายดาย เพื่อดำเนินการขยายช่องทางต่อไปยังองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีเอสเอ็มอีเป็นคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ (Supplier)

หากเอสเอ็มอีไม่มีระบบการควบคุมภายในเพื่อลดความเสี่ยงบนโลกไซเบอร์ นอกจากความสูญเสียที่เอสเอ็มอีจะได้รับแล้ว องค์ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีเอสเอ็มอีเป็นคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ และเศรษฐกิจของประเทศไทยอาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เอสเอ็มอี คือ กลุ่มผู้ประกอบการที่รัฐบาลกำลังส่งเสริมให้เป็นกลไก สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล โดยสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ และใช้เทคโนโลยี รวมถึงซอฟต์แวร์ เป็นเครื่องมือเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันในตลาดโลก

โครงการรณรงค์ Safe Software, Safe Nation “ลดเสี่ยงภัยไซเบอร์..ร่วมมือใช้ซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์” จึงจะเน้นการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจให้แก่เอสเอ็มอี เรื่องการใช้และการบริหารจัดการสินทรัพย์ ซอฟต์แวร์ ทำให้รู้วิธีการตรวจสอบ ดูแลการติดตั้ง และใช้งานซอฟต์แวร์ภายในองค์กร อย่างน้อยที่สุด จะรู้ว่ามีการติดตั้งและใช้งานซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายและมีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิครบถ้วนหรือไม่ เพื่อปิดกั้นช่องทางไม่ให้อาชญากรไซเบอร์เข้าถึง และเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับบริการอัพเดทด้านความปลอดภัย จากผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย

การใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายและมีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ คือ ขั้นตอนแรกที่มีความสำคัญในการป้องกันองค์กรธุรกิจและลดความเสี่ยงบนโลกไซเบอร์ จากผลการศึกษาของไอดีซี (IDC)
พบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ กับโอกาสที่จะถูกมัลแวร์โจมตี ซึ่งค่าความสัมพันธ์ดังกล่าวอยู่ในระดับที่สูงถึง 0.79 ซึ่งสูงกว่าค่าความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับการศึกษาและโอกาสของการมีรายได้ นั่นหมายถึง องค์กรที่ใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะถูกมัลแวร์โจมตี

นอกจากนี้ รายงานของบริษัทไซแมนเทคในปี พ.ศ. 2559 ระบุว่า จำนวนการโจมตีของมัลแวร์ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2558 มีความถี่อยู่ที่ 14 ครั้งต่อวัน ในขณะที่บริษัทไมโครซอฟต์ ระบุว่าในครึ่งปีหลังของปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 8 ในของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีโอกาสสูงที่จะถูกมัลแวร์โจมตี รายงานทั้งสองฉบับสอดคล้องกับรายงานของไอดีซีที่ระบุว่า ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่องค์กรธุรกิจและผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะถูกมัลแวร์โจมตี เนื่องจากอัตราการใช้ซอฟต์แวร์ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2559 ยังสูงถึงร้อยละ 69 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ร้อยละ 61 ของเอเชีย